Get Adobe Flash player
ยินดีต้อนรับสู่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท คำขวัญประจำจังหวัดชัยนาท...หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา...จังหวัดชัยนาทขอเชิญเที่ยวงาน เล่าเรื่องส้มโอหวาน สืบตำนานเมืองมโนรมย์ ระหว่างวันที่ ๓๐ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ วัดโพธิ์ศรีศรัทธาธรรม ตำบลคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ ชมขบวนแห่ของดีเมืองมโนรมย์ นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่อง เลือกซื้อสินค้า OTOP ส้มโอขาวแตงกวาพันธุ์แท้...และแต่งกายแบบย้อนยุค ร่วมงานขันโตกในภาคกลางคืน

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

ประวัติสำนักพุทธ

ประวัดิสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ประวัติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยด้วยคนไทยส่วนใหญ่ได้เคารพนับถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะ
แห่งชีวิตสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบันที่ชาติไทยเรามีความมั่นคง ดำรงเอกราช
มีอธิปไตยเป็นอิสระเสรี อยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ก็ด้วยคนในชาติยึดมั่นอยู่ในสามัคคีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมสร้างสามัคคีธรรมระหว่างคนในชาติส่วนใหญ่
มีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา ดังนั้น หลักธรรมคำสั่งสอนทางศาสนาจึงมีบทบาทคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศชาติ

การบริหารกิจการพระศาสนานั้น เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ
แต่เนื่องจากอาณาจักรและศาสนจักร ต้องประสานกัน เพื่อความมั่นคงข
อง
ประเทศชาติ รัฐบาลในฐานะผู้รับสนองพระราชภาระของพระมหากษัตริย์
จึงเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินงานกิจการทางศาสนา ตามประวัติและพัฒนาการโดยลำดับ ดังนี้

- สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา มีราชบัณฑิต และ หมื่นราชสังฆการี
รับมอบหมายภารกิจด้านการศาสนา 
- ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีหน่วยงานรับผิดชอบ ๓ หน่วยงานคือ กรมธรรมการ
กรมสังฆการี และกรมราชบัณฑิต

- พ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง กรมศึกษาธิการขึ้นดูแลโรงเรียนต่าง ๆในขณะนั้น

- พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์สถานและกรมศึกษาธิการเป็นกระทรวงธรรมการ

- พ.ศ. ๒๔๔๑ “ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" ให้ราษฎรมีความรับผิดชอบและให้รู้จักการระกอบอาชีพ
ในทางสุจริต โดยให้พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สั่งสอนอบรม (พ.ศ. ๒๔๔๒ กระทรวงมหาดไทย ได้โอนหน้าที่
การอุดหนุนการศึกษา ให้กระทรวงธรรมการตามเดิม)

- พ.ศ. ๒๔๔๕ ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ ซึ่งมีบัญญัติให้พระสงฆ์ทุกระดับ มีหน้าที่บำรุงการศึกษาในวัดอีกด้วย

- พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งหน้าที่ ในกระทรวงธรรมการ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีกองบัญชาการและแบ่งกรมใหญ่มีหัวหน้าเป็นอธิบดี ๒ กรม คือ กรมธรรมการ และ กรมศึกษาธิการ และใน ๒ กรมดังกล่าว ก็มีกรมเล็ก ๆ ซึ่งหัวหน้ามีตำแหน่งเป็นเจ้ากรมอยู่ในสังกัด คือ กรมสังฆการี กรมพระอารามกองอธิกรณ์ ขึ้นอยู่กับกรมธรรมการส่วนกรมราชบัณฑิต กรมวิสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษาขึ้นกับกรมศึกษาธิการ

- พ.ศ. ๒๔๖๒ได้มีการเปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการและโปรดให้ย้ายกรมธรรมการ
ไปรวมอยู่ในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกันไปสังกัดอยู่ในกรทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

- พ.ศ. ๒๔๖๙ เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ อีกครั้งหนึ่ง และย้ายกรมธรรมการซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกัน
ไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่าการศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

- พ.ศ. ๒๔๗๔ มีการเปลี่ยนแปลงราชการในกระทรวงธรรมการและกรมสังฆการีเข้าด้วยเช่นเดิม กรมธรรมการ
ยังคงสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการเรื่อยมา แม้ภายหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง

- พ.ศ. ๒๔๘๔ได้มีประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการ เป็น
กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เป็น กรมการศาสนา

- พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมการศาสนาเดิมออกเป็น ๒ หน่วยงาน คือ กรมการศาสนาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังปรากฎอยู่ทุกวันนี้

 

ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

อธิบาย

ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า "ไตรรัตนจักร" (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทน
พระรัตนตรัย คือ

(๑) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า "พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลกแต่ไม่ติดในโลกีวิสัย
ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. ๒๖/๓๘๘)

(๒) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า "ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่
มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลาเป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น" (ขุ.ธ. ๒๕-๕๙)

(๓) ดอกบัวมี ๗ กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว ๗ ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะ
เมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ ๗

(๔) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์

(๕) ซี่ธรรมจักร ๑๒ ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง ๓ (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (๓x๔= ๑๒)

(๖) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม  อันพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้