Get Adobe Flash player
ยินดีต้อนรับสู่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท คำขวัญประจำจังหวัดชัยนาท "หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา"

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

เกี่ยวกับสำนักพุทธ

ทำเนียบพระสังฆาธิการ

วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
วิสัยทัศน์ (VISION)
"องค์กรขับเคลื่อนกิจการพระพุทธศาสนาสู่ความมั่นคง สังคมดำรงศีลธรรม นำสันติสุขอย่างยั่งยืน"
พันธกิจ (MISSION)
1. เสริมสร้างให้สถาบันและกิจการทางพระพุทธศาสนามีความยั่งยืน
2. สนับสนุน ส่งเสริมและจัดการการศึกษาสงฆ์ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาให้มีความรู้คู่คุณธรรม
3. จัดการศึกษาสงฆ์ เพื่อผลิตและพัฒนาศาสนทายาท ที่เปี่ยมปัญญา พุทธธรรมเผยแผ่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ให้เจริญงอกงาม และร่วมสร้างสังคมพุทธธรรมที่มีความเข้มแข็ง
4. ดำเนินการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาโลก
5. พัฒนาการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติให้เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และสังคมเพื่อให้สามารถบรรลุ
เป้าหมายตามพันธกิจ

ยุทธศาสตร์ (STRATEGY)
BUDDHA
1. พัฒนาระบบการศึกษาสงฆ์ Buddhism Education
2. ปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้แก่สังคม Understanding
3. เพิ่มศักยภาพการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก Distinguished Center
4. พัฒนาสู่องค์การที่โดดเด่น Distinctive Organization
5. ส่งเสริมงานสาธารณสงเคราะห์ Help
6. เพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ศาสนสมบัติ Asset

ประวัดิสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ประวัติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยด้วยคนไทยส่วนใหญ่ได้เคารพนับถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะ
แห่งชีวิตสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบันที่ชาติไทยเรามีความมั่นคง ดำรงเอกราช
มีอธิปไตยเป็นอิสระเสรี อยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ก็ด้วยคนในชาติยึดมั่นอยู่ในสามัคคีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมสร้างสามัคคีธรรมระหว่างคนในชาติส่วนใหญ่
มีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา ดังนั้น หลักธรรมคำสั่งสอนทางศาสนาจึงมีบทบาทคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศชาติ

การบริหารกิจการพระศาสนานั้น เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ
แต่เนื่องจากอาณาจักรและศาสนจักร ต้องประสานกัน เพื่อความมั่นคงข
อง
ประเทศชาติ รัฐบาลในฐานะผู้รับสนองพระราชภาระของพระมหากษัตริย์
จึงเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินงานกิจการทางศาสนา ตามประวัติและพัฒนาการโดยลำดับ ดังนี้

- สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา มีราชบัณฑิต และ หมื่นราชสังฆการี
รับมอบหมายภารกิจด้านการศาสนา 
- ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีหน่วยงานรับผิดชอบ ๓ หน่วยงานคือ กรมธรรมการ
กรมสังฆการี และกรมราชบัณฑิต

- พ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง กรมศึกษาธิการขึ้นดูแลโรงเรียนต่าง ๆในขณะนั้น

- พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์สถานและกรมศึกษาธิการเป็นกระทรวงธรรมการ

- พ.ศ. ๒๔๔๑ “ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" ให้ราษฎรมีความรับผิดชอบและให้รู้จักการระกอบอาชีพ
ในทางสุจริต โดยให้พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สั่งสอนอบรม (พ.ศ. ๒๔๔๒ กระทรวงมหาดไทย ได้โอนหน้าที่
การอุดหนุนการศึกษา ให้กระทรวงธรรมการตามเดิม)

- พ.ศ. ๒๔๔๕ ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ ซึ่งมีบัญญัติให้พระสงฆ์ทุกระดับ มีหน้าที่บำรุงการศึกษาในวัดอีกด้วย

- พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งหน้าที่ ในกระทรวงธรรมการ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีกองบัญชาการและแบ่งกรมใหญ่มีหัวหน้าเป็นอธิบดี ๒ กรม คือ กรมธรรมการ และ กรมศึกษาธิการ และใน ๒ กรมดังกล่าว ก็มีกรมเล็ก ๆ ซึ่งหัวหน้ามีตำแหน่งเป็นเจ้ากรมอยู่ในสังกัด คือ กรมสังฆการี กรมพระอารามกองอธิกรณ์ ขึ้นอยู่กับกรมธรรมการส่วนกรมราชบัณฑิต กรมวิสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษาขึ้นกับกรมศึกษาธิการ

- พ.ศ. ๒๔๖๒ได้มีการเปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการและโปรดให้ย้ายกรมธรรมการ
ไปรวมอยู่ในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกันไปสังกัดอยู่ในกรทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

- พ.ศ. ๒๔๖๙ เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ อีกครั้งหนึ่ง และย้ายกรมธรรมการซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกัน
ไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่าการศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

- พ.ศ. ๒๔๗๔ มีการเปลี่ยนแปลงราชการในกระทรวงธรรมการและกรมสังฆการีเข้าด้วยเช่นเดิม กรมธรรมการ
ยังคงสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการเรื่อยมา แม้ภายหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง

- พ.ศ. ๒๔๘๔ได้มีประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการ เป็น
กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เป็น กรมการศาสนา

- พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมการศาสนาเดิมออกเป็น ๒ หน่วยงาน คือ กรมการศาสนาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังปรากฎอยู่ทุกวันนี้

 

ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

อธิบาย

ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า "ไตรรัตนจักร" (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทน
พระรัตนตรัย คือ

(๑) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า "พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลกแต่ไม่ติดในโลกีวิสัย
ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. ๒๖/๓๘๘)

(๒) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า "ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่
มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลาเป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น" (ขุ.ธ. ๒๕-๕๙)

(๓) ดอกบัวมี ๗ กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว ๗ ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะ
เมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ ๗

(๔) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์

(๕) ซี่ธรรมจักร ๑๒ ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง ๓ (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (๓x๔= ๑๒)

(๖) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม  อันพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้

 

บุคลากร

 

 

 

ผังบุคลากร
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท

กลุ่มอำนวยการและกิจการพระพุทธศาสนา

นางสาวมาลินี  สวยค้าข้าว

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท

งานอำนวยการและบริหารทั่วไป

นางสาววรยา  ฤทธิ์กล้า

นักวิชาการศาสนาชำนาญการ

งานการเงินและบัญชี

นางสาวนิศาชล  ดุลย์มา

นักวิชาการศาสนาชำนาญการ

งานพุทธศาสนสถาน

นายไพฑูรย์  พลอาจ

นักวิชาการศาสนาชำนาญการ

งานพุทธศาสนศึกษาและการเผยแผ่

นางสาวลำพึง  ปิตานา

นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ

งานแผน และกิจการพิเศษ

นางสาวบงกช  สิทธิบรวงษ์

นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ

งานพุทธศาสนสมบัติ

นางสาวธันยพร  พงศ์เสาวภาคย์

นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ

นายพงศ์พันธ์  ทองหลิม

พนักงานขับรถ

นางนุชจรี  หม้อแก้ว

พนักงานจ้างเหมา

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐโดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครองและส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนาสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาบุคลากรทางศาสนา โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคณะสงฆ์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(๒) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการและการบริหาร การปกครอง คณะสงฆ์
(๓) เสนอแนวทางการกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
(๔) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
(๕) ดูแลรักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง
(๖) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา
(๗) ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหรือนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย


อำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ชั้น ๒ ศาลากลางจังหวัดชัยนาทหลังเก่า อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ 
มีอำนาหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์และทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแลรักษาจัดการศาสนสมบัติ รวมทั้งให้การสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรทางศาสนาในระดับจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

๑. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาทาง
พระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๒. รับสนองงานประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการและการบริหารการปกครองคณะสงฆ์
๓. ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
๔. ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
๕. ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง
๖. ทำนุ บำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาควบคู่คุณธรรม
๗. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนา
แห่งชาติหรือสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมายในระดับจังหวัด

บทความ อื่นๆ ...