วัดธรรมามูล วรวิหาร

วัดธรรมามูล  วรวิหาร

  • วัดธรรมามูล วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1 หมู่ 1 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท  สร้างอยู่บนไหล่เขา ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมืองชัยนาท เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นวัดที่กษัตริย์แห่งวงศ์สุโขทัย (พระร่วง) หรือพระมหาธรรมราชาเป็นผู้สร้าง มีหลักฐานคือ พระพุทธรูปบูชาบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ที่พังลงมา และพระเครื่อง (พระร่วง) เป็นจำนวนมาก อีกอย่างหนึ่งมีใบเสมาคู่ เป็นศิลปะสมัยอยุธยาเป็นหลักฐาน สำหรับพระพุทธรูปนั้นเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย ซึ่งผู้สร้างวัดได้นำมาประดิษฐานไว้ในทะเบียนวัดได้ระบุประมาณ พ.ศ. 2120 เป็นปีที่สร้างวัด กำหนดไว้เพื่อความสมบูรณ์ เดิมวัดนี้ตั้งอยู่บนที่ราบตรงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เมื่อแม่น้ำได้เซาะตลิ่งพังเข้ามาจึงย้ายเสนาสนะมาจัดสร้างขึ้นบนไหล่เขาอันเป็นที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดธรรมามูลถือว่าเป็นน้ำศักดิ์นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จพระประพาส รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระบรมราชินีนาถยังได้เสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักรที่วัดแห่งนี้ด้วย
  • อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย
    • 1. อุโบสถ รูปแบบอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ขนาด กว้าง 7.6 เมตร x ยาว 17 เมตร
    • 2. ศาลาการเปรียญ รูปแบบอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ขนาด กว้าง 17 เมตร x ยาว 33 เมตร 
    • 3. หอสวดมนต์ รูปแบบอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ขนาด กว้าง 8 เมตร x ยาว 18 เมตร 
    • 4. วิหาร รูปแบบอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ขนาด กว้าง 10 เมตร x ยาว 30 เมตร 
    • 5. ศาลาอเนกประสงค์ รูปแบบอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด กว้าง 10 เมตร x ยาว 18 เมตร
    • 6. ศาลาบำเพ็ญกุศล รูปแบบอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด กว้าง 5 เมตร x ยาว 24 เมตร
    • 7. กุฎิสงฆ์                    จำนวน 50 หลัง
    • 8. ฌาปนสถาน          จำนวน 1 หลัง
    • 9. หอระฆัง                   จำนวน 1 หลัง
    • 10. โรงครัว                 จำนวน 2 หลัง
    • 11. หอกลอง               จำนวน 1 หลัง
    • 12. โรงพัสดุ                จำนวน 1 หลัง
  • ปูชนียวัตถุ ประกอบด้วย
    • พระประธานประจำอุโบสถ (ปางมารวิชัย)  กว้าง 1 เมตร x สูง 1 เมตร
    • พระประธานประจำพระวิหาร (ปางห้ามญาติ)  กว้าง 0.5 เมตร x สูง 1 เมตร
  • มีเจ้าอาวาสมาแล้วทั้งสิ้น 9 รูป ดังต่อไปนี้
    • 1.  -
    • 2. พระครูธรรมจักรชโยดม (สมาน)
    • 3. พระครูธรรมจักรชโยดม (ผล)
    • 4. พระครูอุดมชัยสิทธิ์ (ทอง)
    • 5. พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน  พระราชปริยัติสุธี


ภาพถ่าย (พระราชปริยัติสุธี  ปิยาจาโร)

  • “หลวงพอธรรมจักร” ประดิษฐานอยูในพระวิหาร ไดชื่อวาเปนพระพุทธรูป คูบานคูเมืองมาแตโบราณเปนศิลปะประยุกตสมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัย ตอนตนผสมกับสมัยอยุธยา มีพุทธลักษณะเปนพระพุทธรูปปางหามญาติ ประทับ ยืนบนฐานดอกบัว พระหัตถขวายกขึ้นเสมอพระอุระ หันพระพักตรไปทางทิศเหนือ สูงประมาณ 4.50 เมตร กลางฝาพระหัตถมีรอย “ธรรมจักร ขนาดเสนผาศูนยกลาง 2 นิ้ว” ซึ่งเปนที่มาของชื่อพระพุทธรูปองคนี้

  • ประวัติหลวงพอธรรมจักร วัดธรรมามูล วรวิหาร ไมพบหลักฐานทางประวัติอยางแนชัด มีเพียงตํานานเลาขานสืบตอกันมาวา มีผูพบพระพุทธรูปลอยตามแมน้ําเจาพระยา พรอมกันถึง 3 องค ไดแก หลวงพอโสธร (วัดโสธร วรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา) หลวงพอวัดบานแหลม (วัดบานแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม) และหลวงพอธรรมจักร (วัดธรรมามูล วรวิหาร จังหวัดชัยนาท) บางกลาววามี พระพุทธรูปอีกองค คือ หลวงพอ วัดไรขิง ลอยตามมาดวย แตสําหรับหลวงพอธรรมจักร เมื่อลอยมาถึงบริเวณหนาวัดธรรมามูล วรวิหาร ปรากฏวาไดลอยวนเวียน อยูบริเวณหนาวัดแหงนี้ พระภิกษุและชาวบาน จึงไดอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัด โดยนําเชือกพรอม ดายสายสิญจนผูกกับพระพุทธรูป แตไมสามารถนําขึ้นมาได จนกระทั่งเย็น จึงแยกยายกลับ โดยวางแผนจะมาดึงในวันรุงขึ้น พอถึงรุงเชา ชาวบานตางหาพระพุทธรูปไมพบ ตางคิดวาพระพุทธรูปไดหลุด ลอยน้ําไปแลว จึงแยกยายกันกลับ ปรากฏวาในขณะนั้นไดมีผูพบเห็นพระพุทธรูป องคที่ลอยน้ําไดมาประดิษฐานปดทางเขาประตูวิหารวัดธรรมามูล  วรวิหาร เปนที่นาอัศจรรยยิ่ง จึงไดเรียกชาวบานที่อยูดานลางใหขึ้นไปดู ชาวบานจึงไดรวมแรงรวมใจกอสราง ตอเติมพระวิหารออกมาอีกชวงหนึ่ง รวมเปน 3 ชวง จากคําบอกเลา เมื่อองค หลวงพอประดิษฐอยูได 3 วัน ก็ไดหายไปจากพระวิหาร และกลับมาประดิษฐาน ดังเดิมโดยไมทราบสาเหตุ ซึ่งมีโคลนและจอกแหนติดเปอนมาดวย ชาวบานจึงได นําโซมาลามผูกไว เพื่อปองกันไมใหหลวงพอหายไปอีก
    • ตอมามีคนตางถิ่นลองแพมาจากทางเหนือ เพื่อตามหาพระพุทธรูป เมื่อมาถึงทาน้ําหนาวัดธรรมามูล ไดพบพระพุทธรูปที่ตามหาอยู ขณะนั้นเปนชวงพลบค่ํา ชายผูนั้นจึงไดขออาศัยนอนอยูที่วัด เพื่อรอเวลาอัญเชิญองคหลวงพอกลับ ณ วัดแหงเดิม ชายคนนั้น ไดฝนวา หลวงพอไมขอกลับไปดวย จะขออยูที่วัดแหงนี้ ครั้นรุงเชา จึงไดกราบลาทานสมภารเดินทางกลับบาน และไดขอถอดเอา "จักร" ที่ฝาพระหัตถองคหลวงพอกลับไป นับแตนั้นมาหลวงพอธรรมจักรก็ไมหายไปไหนอีก ชาวบานจึงไดนําโซที่ลามออกแล้วไดร่วมกันสราง "จักร" ขึ้นใหม ปรากฏอยูกลาง ฝาพระหัตถเบื้องขวา ซึ่งคาดกันวาเปนความคิดของชางสมัยนั้นที่ตั้งใจสราง พระพุทธรูปองคนี้ใหมีเครื่องหมายแหงมหาปุริสลักษณะ (หรือลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย เชน ในฝาเทามีจักรลักษณะ มีลายตาขายในฝามือฝาเทา ขอเทาเหมือนสังขที่ตั้งขึ้น คางเหมือนคางราชสีห เปนตน)

  • นอกจากนี้ยังมี “เสมาทรายแดง” เปนเสมาคูสลักดวยศิลาทรายสีแดง มีลาย กระหนกประกอบ สันนิษฐานวาสลักขึ้นในปลายสมัยอยุธยาประมาณพุทธศตวรรษ ที่ 22-23 เพราะสมัยอยุธยาในรัชสมัยพระเจาปราสาททอง นิยมสรางวัตถุดวยศิลา ทรายแดงและเนื่องจากเปนเสมาคูซึ่งถือวาเปนวัดกษัตริยสรางจึงมีความสําคัญ และเปนศูนยรวมจิตใจของประชาชนอยางกวางขวาง

​​​​​​​

  • ​​​​​​​ร.ศ.120, 125 และ127 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 5 ไดเสด็จมาสักการะหลวงพอธรรมจักร ถึง 3 ครั้ง ดังมี ขอความปรากฏในหนังสือ ประวัติศาสตร ประพาสตนมีพระราชหัตถเลขาฉบับที่ 8 เดือนตุลาคม ร.ศ.120 ถึง กรมหลวงเทวะวงษ์วโรปการ ตามความวา “เวลาเชา 3 โมงเศษ ถึงวัดธรรมามูล ขึ้นเขามีราษฎรอยูมาก พระวิหารใหญหลังคาพังทลายลงทั้งแถบ จําเปนตอง ปฏิสังขรณ เมื่อนมัสการพระแจกเสมาราษฎรแลวลงเรือเดินทางตอมาอีก” อนึ่ง ในการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เสด็จมานั้น สันนิษฐานวา สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปหลวง ตามเสด็จมาดวย โดยพบแผนจารึกหินออนที่ดานบนเสาตนกลางของซุมบันไดที่ติดกับลาน พระวิหาร หลวงพอธรรมจักร จารึกเกี่ยวกับวัน เดือน ป และบุคคลที่บริจาค โดย ปรากฏเปนพระนามแรก ทรงบริจาคเงิน จํานวน 200 บาท บุคคลที่สําคัญอีกทานหนึ่งที่ไดตามเสด็จมานมัสการ คือ สมเด็จกรมพระยา ดํารงราชานุภาพ โดยมีพระนิพนธไวในหนังสือสาสนสมเด็จ ลงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2481 เปนลายพระหัตถที่ทรงมีถึงสมเด็จเจาฟากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ ความตอนหนึ่งวา “เมื่อปแรก หมอมฉันเปนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ใน พ.ศ. 2453 ขึ้นไปตรวจราชการหัวเมืองเหนือเมื่อฤดูน้ํา ไดพระราชทานกฐินหลวงไปทอด ที่ วัดธรรมมามูลดวย หมอมฉันไปพักแรมอยูที่ชัยนาท รุงเชาออกจากเมืองชัยนาท ขึ้นไปบนเขาธรรมมามูล”

image รูปภาพ
image
image
image


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 15,845